ไปเที่ยวทั้งทีอยากซื้อของต้องรู้



ในการเดินทางแต่ละครั้ง เราทุกคนก็อยากซื้อของกลับมาฝากคนที่บ้านหรือเพื่อนๆเรากัน แต่ถ้าซื้อมาหลายๆอย่าง อย่างละนิดๆหน่อยๆก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร ถ้าซื้อมาเยอะๆหละน่าเป็นห่วงทีเดียว วันนี้เราจึงนำข้อควรรู้ของนักช้อปมาฝากกัน ให้เพื่อนๆไปลองทำดู เพื่อการท่องเที่ยวที่แสนสุขสบายจนจบทริปเลยค่า



1.มูลค่าของใช้ส่วนตัวไม่เกิน 20,000 บาท

ศุลกากรยืนยันมาแล้วมูลค่าของใช้ส่วนตัวเข้าไทยได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน ถ้าเกิน 20,000 บาทต่อคนจะต้องเสียภาษี ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง(ช่องแดง)และหากของนั้นเป็นของต้องจำกัด ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยอัตราภาษีนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอางค์ 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น โดยหลักกฎหมายแล้วไม่ว่าเป็นสินค้าอะไรก็ตามหากเป็นการซื้อใหม่เพื่อนำเข้าก็ต้องเสียภาษีหมด หากไม่ใช่ของที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายที่กำหนด ก่อนจะซื้ออะไรเข้าประเทศควรคำนวนมูลค่าของสินค้าก่อนจะได้ไม่ต้องมาเสียภาษีตามหลัง



2.อะไรห้ามซื้อ ผลไม้สด / เนื้อสัตว์

หลายๆประเทศจะมีกฎข้อบังคับเรื่องห้ามนำสินค้าเข้า-ออกของแต่ละประเทศ ทุกครั้งก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยวแต่ละประเทศเราควรศึกษาก่อนว่าประเทศนั้นห้ามนำสินค้าอะไรเข้า-ออก แต่ละประเทศจะมีข้อบังคับที่แตกต่างกัน แต่ประเทศส่วนใหญ่ของที่ห้ามนำเข้าก็จะเป็น ผัก-ผลไม้สด เนื้อสัตว์ดิบ แต่สิ่งของพวกนี้ไม่ได้ห้ามนำเข้าอย่างเดียวนะเขาห้ามนำออกด้วย ดังนั้นเพื่อนๆอย่าไปฝ่าฝืนกันนะคะเพราะการฝ่าฝืนมีโทษทุกกรณี





3.เก็บใบเสร็จไว้ทุกครั้ง

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อจับจ่ายซื้อของต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถทำ Vat Refund เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ต้องซื้อสินค้าจากร้านที่มีป้ายสัญลักษณ์ “ Vat Refund for tourists ” และต้องซื้อสินค้ามูลค่าไม่น้อยกว่า จำนวนที่เขาระบุไว้(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ทั้งแบบเงินสดหรือคืนเข้าบัตรเครดิตก็ได้ซึ่งง่ายและรวดเร็ว แต่ถ้าสินค้าใดที่มีมูลค่ามากตอนทำคืนภาษีก็จะต้องนำสินค้านั้นๆมาโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย ซึ่งการทำคืนภาษีจะทำก่อนเช็คอินกับสายการบินแล้วเข้าไปรับเงินหลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเป็นอันจบขั้นตอนค่ะ



4.จัดกระเป๋าแบบกระจายของ

การจัดกระเป๋าก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราควรศึกษาไว้ การจัดกระเป๋าในแบบของเราคือแยกตามหมวดหมู่ระหว่างของกิน ของใช้ส่วนตัวและของใช้ต่างๆ ดังนั้นถ้าเราซื้อของฝากมาเยอะหรือซื้อของที่มีอยู่แล้วเพิ่มมาอีก เราอาจนำสิ่งของนั้นไปฝากไว้กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่กระเป๋าเขายังพอมีที่ว่างอยู่บ้าง เพื่อไม่ให้ดูว่าคนๆหนึ่งซื้อของที่เหมือนกันมาเยอะเกิน เช่น ซื้อช็อคโกแลตมา 6 ถุง เราอาจไปขอพื้นที่ในกระเป๋าของเพื่อนฝากไว้ 3 ถุง เป็นต้น เป็นทริคเล็กน้อยที่พอช่วยได้เลยนะจ้ะ



5.ถ้าซื้อของมีราคาควรใช้เลย

ถ้าเราเดินทางไปเที่ยวแล้วได้ซื้อของที่มีราคาหรือของใหม่แนะนำให้แกะใช้เลย อย่างเช่น ไปซื้อกระเป๋าสะพายผู้หญิงแนะนำนะคะให้เพื่อนๆใช้ใบใหม่เลยจ้า เก็บของเก่าลงกระเป๋าเลยหรือถ้าใบเก่าเกินเยียวยาทิ้งได้ก็ทิ้งไปเลย แนะนำอีกเรื่องนะคะอย่าซื้อเกินหนึ่งใบต่อคนจะได้ไม่เป็นที่จับตามอง



แน่นอนค่ะไปเที่ยวเมืองนอกก็ต้องไปช้อปปิ้งและอยากซื้อของดีกลับมาฝากคนที่บ้านหรือเพื่อนๆรวมถึงคนที่เรารัก แต่ในการซื้อของเพื่อนๆควรมีการคำนวนราคาในการซื้อของไม่ให้เกินที่กฎหมายกำหนดไว้ควรซื้อของแต่ความพอดีเหมาะสมไม่เยอะจนเกินงามนะคะ เรื่องเที่ยว...ไว้ใจเรา 🙂 #bonstartravel #บอนสตาร์ทราเวล

บริการจาก Bonstartravel

บริการทำวีซ่า

บริการจองตั๋วเครื่องบิน

phoneicon.png
lineicon.png
fbicon.png
mailicon.png

ติดต่อ Bonstartravel

วันจันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 18.00 น.

โทร 02-960-0077

Facebook : bonstartravel

Line@ : @bonstartravel

Email : bonstartravel@gmail.com

Copyright © 2019. Bonstartravel Co.,Ltd. All Rights Reserved.